ก๊อปมาจาก http://www.firstpack.co.th/site_flash/thai/index-3.html#A8

พลาสติกมีคุณสมบัติอย่างไรบ้าง ?
พลาสติกชนิดใด ที่ทนอุณหภูมิสูงๆได้ ?
ความหมายบรรจุภัณฑ์ ?
พลาสติกบรรจุอาหารมีการเติมสีลงในกระบวนการผลิตขั้นตอนไหน ?
คุณสมบัติของพลาสติกประเภท PP ?
เทคโนโลยีปลอดมลพิษคืออะไร ?
ใช้พลาสติกอย่างไรให้ปลอดภัย ?
ในเมืองไทยถุงพลาสติกแบ่งเป็นกี่ประเภทอะไรบ้าง?
ถุงพลาสติกหูหิ้วทั้งไปในท้องตลาดมีขนาดอะไรบ้าง?
ถุงขยะปัจจุบันในท้องตลาดมีขนาดเท่าใดบ้าง?
ในอนาคตบรรจุภัณฑ์ที่ทำจากพลาสติกจะมีอัตราการใช้ลดลงหรือไม่ ?

พลาสติกมีคุณสมบัติอย่างไรบ้าง พลาสติกมีโครงสร้างพิเศษ คือมีโมเลกุลที่เชื่อมต่อกันยาวกว่าสารชนิดอื่น มากมายนับเป็นพันเท่า ทำให้พลาสติกมีคุณสมบัติหลาย ๆ อย่างดังนี้คือ

1. คุณสมบัติทางกล คือ มีความแข็งแรง เหนียว ยืดหยุ่น ทนแรงกระแทกได้ดี มีความทนทานทางกลสูง

2. คุณสมบัติทางไฟฟ้า คือเป็นฉนวนไฟฟ้า

3. คุณสมบัติทางเคมี คือมีน้ำหนักดมเลกุลสูง มีจุดหลอมเหลวสูง ตั้งแต่ 80-150 องศาเซลเซียส ที่อุณหภูมต่ำจะแข็งและส่วนใหญ่มีความถ่วงจเพาะต่ำ จึงมีน้ำหนังเบา ทนต่อกรดด่างและสารเคมีอื่น ๆ รวมทั้งไม่ทำปฏิกิริยากับสารอนินทรีย์

พลาสติกชนิดใด ที่ทนอุณหภูมิสูงๆได้ เราสามารถตรวจสอบได้กับผู้ขายเม็ดโดยตรง เนื่องจากพลาสติกแต่ละชนิดนั้นมีคุณสมบัติที่แตกต่างกัน อาจจะได้รับการปรับปรุงคุณสมบัติให้ทนต่อความร้อน หรือทนต่อความเย็นได้ดียิ่งขึ้น นอกจากนี้ยังอยู่ที่การใช้งานว่าใช้งานได้ที่อุณหภูมิเท่าไร ซึ่งคุณสมบัติที่ใช้ดูว่าพลาสติกทนต่อความร้อนได้ดีขนาดไหนคือ
1. จุดหลอมเหลว
2. VICAT/ HDT คืออุณหภูมิที่พลาสติกเริ่มอ่อนตัว เมื่อได้รับความร้อน ถ้าหาก ข้อ 1 และ 2 นี้มีค่าสูง แสดงว่าทนต่อความร้อนได้ดี มักอยู่ในพลาสติกกลุ่ม Engineering Plastic
3. การทนต่อแรงกระแทก Impact strength at low มักจะทดสอบที่อุณหภูมิ 23 และ ?23 องศาเซลเซียส ถ้าหากมีค่าสูงแสดงว่ามีความเหนียวสูง

ความหมายบรรจุภัณฑ์ บรรจุภัณฑ์ หมายถึง สิ่งห่อหุ้ม หรือบรรจุผลิตภัณฑ์ รวมทั้งภาชนะที่ใช้เพื่อการขนส่งผลิตภัณฑ์ จากแหล่งผู้ผลิต ไปยังแหล่งใช้ประโยชน์ เพื่อวัตถุประสงค์ ป้องกัน และรักษาผลิตภัณฑ์ให้คงสภาพ ตลอดจนคุณภาพ ใกล้เคียงกับเมื่อครั้งผลิต มากที่สุด

พลาสติกบรรจุอาหารมีการเติมสีลงในกระบวนการผลิตขั้นตอนไหน สามารถทำได้ในขั้นตอนก่อนการฉีดหรือเป่าขึ้นรูป ซึ่งสามารถแบ่งได้ดังนี้

1.ผงสี ใช้ผสมโดยตรงกับเม็ดพลาสติกที่จะนำไปใช้ขึ้นรูป โดยเมื่อผ่านเครื่องฉีดสีก็จะกระจายตัวเข้าไปในเนื้อพลาสติก การผสมสีวิธีนี้มีข้อดีคือ ต้นทุนต่ำ แต่ข้อเสียคือผลิตภัณฑ์ที่ได้อาจมีสีไม่สม่ำเสมอ นอกจากนี้การผสมสีแต่ละครั้ง (Batch) อาจจะได้สีที่แต่กต่างกันเนื่องจากปริมาณของสีที่ไม่คงที่เนื่องจากการชั่งในแต่ละครั้งย่อมมีความผิดพลาดเกิดขึ้นได้ ถึงแม้จะเพียงเล็กน้อยแต่สัดส่วนเพียง 2-5 % ย่อมเห็นความแตกต่างได้.

2.เม็ดสีเข้มข้น (Master Batch) เม็ดสีเข้มข้นคือผงสีผสมกับเม็ดพลาสติกพื้นฐาน (Base Resin) มักใช้ PE และอาจผสมตัวช่วยกระจายสี (Dispersing agent) การผสมสีโดยวิธีนี้จะสามารถควบคุมคุณภาพสี ความสม่ำเสมอของสีได้ดีมากกว่าใช้ผงสีโดยตรง แต่ต้นทุนจะสูงขึนเล็กน้อย อย่างไรก็ตามสิ่งที่ควรระวังก็คือ ควรเลือกเม็ดสีเข้มข้นที่ใช้ base ตัวเดียวกัน หรือใกล้เคียงกันกับพลาสติกที่จะใช้ผลิต เพื่อป้องกันปัญหาการแยกชั้นของเนื้อพลาสติก และช่วยในการกระจายสีได้ดียิ่งขึ้น. 3.ผสมสีตัดเป็นเม็ดก่อนนำไปฉีด (Compounding) นำผงสีและเม็ดพลาสติกผ่านขั้นตอนการรีดตัดเม็ดก่อนหนึ่งครั้ง ก่อนที่จะนำไปผลิตตามต้องการ ซึ่งจะช่วยให้สีกระจายตัวอย่างสม่ำเสมอ ควบคุมคุณภาพของสีได้ดีกว่าทั้งสองวิธีขั้นตอน อย่างไรก็ตามการผสมสีวิธีนี้ มีต้นทุนการผลิตสูงสุด และการที่เม็ดพลาสติกผ่านเครื่องหลายรอบ ย่อมมีผลต่อคุณสมบัติทางกลของเม็ดพลาสติกได้.

ถึงแม้ว่าผู้ผลิตจะเลือกวิธีใดในการผสมสีก็ตาม สิ่งที่สำคัญในการเลือกสีที่ใช้ผสมเพื่อผลิตภาชนะบรรจุอาหารก็คือ ชนิดของสีที่ใช้ควรจะไม่เป็นพิษต่อร่างกายมนุษย์ ไม่ควรมีโลหะหนักเจือปน ถึงแม้ว่สีที่มีคุณภาพนั้นจะมีราคาสูงขึ้นเล็กน้อย แต่เพื่อคุณภาพของสินค้า และสุขภาพของผู้บริโภคที่ซื้อสินค้าดังกล่าวไปใช้ย่อมแสดงให้เห็นถึงความรับผิดขอบต่อสังคมได้เป็นอย่างดี

ข้อมูลอ้างอิงจาก สมาคมอุตสาหกรรมพลาสติกไทย

คุณสมบัติของพลาสติกประเภท PPเป็นพลาสติกประเภทเทอร์โมพลาสติกที่เบาที่สุด มีสมบัติเชิงกลดีมาก เหนียว ทนต่อแรงดึง แรงกระแทกและทรงตัวดี มีจุดหลอมตัวที่ 165 องศาเซลเซียส ไอน้ำและออกซิเจนซึมผ่านได้ต่ำ เป็นฉนวนไฟฟ้าที่ดีมาก มีการนำเอา PP ไปใช้งานในลักษณะเดียวกับ PE เมื่อต้องการให้มีคุณสมบัติที่ดีขึ้น PP ได้ถูกนำไปใช้งานอย่างกว้างขวาง ตัวอย่างเช่น ใช้ทำถุงร้อน ฟิล์มใส ฟิล์มห่อหุ้ม หรือบรรจุอาหารที่ไม่ต้องการให้ออกซิเจนซึมผ่าน พลาสติกหุ้มซองบุหรี่ เชือก แห อวน ถังน้ำมัน ชิ้นส่วนรถยนต์ เครื่องใช้ไฟฟ้า เฟอร์นิเจอร์ ภาชนะเครื่องใช้ในครัวเรือน เป็นต้น
เทคโนโลยีปลอดมลพิษคืออะไร เทคโนโลยีปลอดมลพิษคือเทคโนโลยีการผลิตของอุตสาหกรรมที่ปราศจากมลพิษต่อสิ่งแวดล้อม โดยมีจุดประสงค์ให้มีการผลิตที่ดขึ้นและไม่ก่อให้เกิดมลภาวะ ซึ่งเป็นสิ่งจำเป็นสำหรับอุตสาหกรรมในปัจจุบัน เทคโนโลยีปลอดมลพิษยังก่อให้เกิดข้อได้เปรียบทางสิ่งแวดล้อมและเศรษฐกิจของเทคโนโลยีที่ปลอดมลพิษอีกด้วย ก็เช่น การป้องกันสิ่งแวดล้อม เทคโนโลยีนี้จะช่วยลดจำนวนของเสียจากอุตสาหกรรม และหลีกเลี่ยงการสะสมตัวของสารพิษต่าง ๆ ที่จะเกิดขึ้นโดยการใช้ขบวนการที่ไม่ซับซ้อน ช่วนในการปรับปรุงสภาพการทำงานให้มีคุณภาพเพิ่มขึ้น มีสุขภาพอนามัยเพิ่มขึ้นและทำให้อันตรายต่าง ๆ น้อยลง ช่วยทำให้เกิดการประหยัดวัตถุดิบและพลังงาน จากการจัดการที่ดีทำให้เกิดการประหยัดวัตถุดิบ ลดการเกิดของเสีย ซึ่งเป็นผลของขบวนการนำกลับมาใช้ใหม่ การลดมลพิษ ณ แหล่งกำเนิดทำให้มีการปรับปรุงคุณภาพของสินค้าให้ขบวนการผลิตดีขึ้น ซึ่งเป็นสิ่งสำคัญของผู้ผลิตอุตสาหกรรม นอกจากนี้การประหยัดวุตถุดิบและพลังงานยังนำไปสู่การลดต้นทุนการผลิต ซึ่งเป็นการเพิ่มประสิทธิภาพและกำไร และขีดความสามารถในการแข่งขัน อันดับหลังสุดคือ การลดมลพิษที่แหล่งกำเนิดทำให้น้ำเสียมีปริมาณลดลง มีผลทำให้มีการลดต้นทุนการบำบัดน้ำเสียและของเสียลดลง

ใช้พลาสติกอย่างไรให้ปลอดภัย พลาสติกและโฟมถือเป็นบรรจุภัณฑ์ที่ได้รับความนิยมและใช้อย่างแพร่หลายมากกว่าบรรจุภัณฑ์ประเภทอื่นๆ เนื่องจากมีราคาถูก ใช้สะดวกและหาซื้อได้ง่าย โดยเฉพาะใช้ในการบรรจุอาหารแต่พลาสติกและโฟมก็ยังมีข้อจำกัดในการ ใช้บรรจุอาหารบางชนิดอยู่ถ้านำมาใช้ผิดวัตถุประสงค์หรือนำมาใช้ซ้ำอาจทำให้สารเคมีจากพลาสติกละลายปนเปื้อนลงสู่อาหารได้

ในเมืองไทยถุงพลาสติกแบ่งเป็นกี่ประเภทอะไรบ้าง

ถุงเย็น ทำมาจากเม็ดพลาสติกโพลิเอทิลีน ชนิดความหนาแน่นต่ำ (LDPE) ถุงมีลักษณะค่อนข้างใส นิ่ม ยืดหยุ่นพอสมควร ใช้บรรจุของทั่วไป รวมทั้งอาหารแช่แข็งได้

ถุงร้อน ส่วนใหญ่ทำมาจากเม็ดพลาสติกโพลิโพรพิลีน (PP) ถุงมีลักษณะใสมาก และมีความกระด้างกว่าถุงเย็น สามารถบรรจุของร้อนได้ถึงจุดน้ำเดือด แต่ไม่เหมาะกับการบรรจุอาหารแช่แข็ง เพราะพลาสติกจะเปราะ อีกชนิดหนึ่งทำจากเม็ดพลาสติกโพลิเอทิลีนชนิดความหนาแน่นสูง (HDPE) ถุงจะมีลักษณะบางขุ่น

ถุงหูหิ้ว โดยทั่วไปทำจากพลาสติกโพลิเอทิลีน ชนิดความหนาแน่นสูง (HDPE) และชนิดความหนาแน่นต่ำ (LDPE)่ส่วนใหญ่ใช้กันอย่างแพร่หลายตามห้างร้านทั่วไปตามห้างสรรพสินค้าซุปเปอร์มาร์เก็ตต่างๆมักไม่ใช้บรรจุอาหารหรือสัมผัสอาหารโดยตรง

ถุงซิบ (zip lock bags) เป็นถุงที่ปากถุงมีล็อคเพื่อความสะดวกในการเปิดและปิด ใช้บรรจุอาหารสำเร็จรูปประเภทของแห้งและยาเม็ด ส่วนมากทำจากโพลิเอทิลีน ชนิดความหนาแน่นต่ำ (LDPE)

ถุงพลาสติกอื่นๆที่ใช้ในอุตสาหกรรม ถุงชนิดนี้มีมากมายให้เลือกใช้ตามความเหมาะสม มีทั้งที่ทำจากฟิล์มพลาสติกชั้นเดียวและประเภทหลายชั้น ตามร้านที่จำหน่ายอาหารสำเร็จรูป เช่น ร้านขายอาหารกระป๋องหรือซุปเปอร์มาร์เก็ต เราจะเห็นมีอาหารสำเร็จรูปบรรจุในถุงพลาสติกหลายชนิด ที่หน้าถุงมักมีรูปภาพตัวหนังสือพิมพ์ไว้อย่างสวยงามเป็นที่ดึงดูดความสนใจแก่ผู้ซื้อ

ถุงพลาสติกบรรจุอาหารที่จำหน่ายอยู่ตามร้านค้าทั่วไปนั้นมีลักษณะสีสรรแตกต่างกันไป บางชนิดไม่มีสีและโปร่งแสง บางชนิดมีสีขาวใส บางชนิดมีสีขาวใส่ขุ่นและทึบแสง บางชนิดมีสีต่างๆ เช่น สีน้ำตาล เขียว เหลือง เป็นต้นนั้น ผู้บริโภคบางท่านอาจไม่ทราบว่าบางชนิดทำด้วยแผ่นพลาสติกเพียงชั้นเดียว บางชนิดจะทำด้วยพลาสติกหลายชั้น และต่างชนิดประกบกันเรียกว่า ลามิเนท (laminate)

ถุงพลาสติกหูหิ้วทั้งไปในท้องตลาดมีขนาดอะไรบ้าง

ขนาด S กว้าง 6 นิ้ว X ยาว 14 นิ้ว โดยรับน้ำหนักสิ่งของที่บรรจุได้ประมาณ 1 กิโลกรัม
ขนาด M กว้าง 9 นิ้ว X ยาว 18 นิ้ว โดยรับน้ำหนักสิ่งของที่บรรจุได้ประมาณ 3 กิโลกรัม
ขนาด L กว้าง 12 นิ้ว X ยาว 20 นิ้ว โดยรับน้ำหนักสิ่งของที่บรรจุได้ประมาณ 5 กิโลกรัม
ถุงขยะปัจจุบันในท้องตลาดมีขนาดเท่าใดบ้าง แบ่ง 5 ขนาดใหญ่ๆ

ขนาด S กว้าง 18″x ยาว 20″
ขนาด M กว้าง 22″x ยาว 28″
ขนาด L กว้าง 28″ x ยาว 36″
ขนาด XL กว้าง 30″ x ยาว 40″
ขนาด XXL กว้าง 36″x ยาว 45″
ในอนาคตบรรจุภัณฑ์ที่ทำจากพลาสติกจะมีอัตราการใช้ลดลงหรือไม่ไม่น่าจะมีอัตราการใช้ลดลงถึงแม้ว่ากระแสอนุรักษ์จะเพิ่มมากขึ้นก็ตาม ทั้งนี้เนื่องมาจากการผลิตบรรจุภัณฑ์จากพลาสติกนั้นมีความยืดหยุ่นสูงสามารถนำไปผลิตเป็นรูปร่างได้หลากหลาย น้ำหนักยังเบา สะดวกในการขนส่ง มากกว่าวัสดุจากธรรมชาติเช่น แก้ว ไม้ หรืออื่นๆ นอกจากนี้ยังมีการพัฒนาพลาสติกชนิดใหม่ๆที่มีคุณสมบัติที่ดียิ่งขึ้น หรือพัฒนากระบวนการผลิต เช่น การผลิต multi layer คือการนำพลาสติกมากกว่า 2 ชนิดมาใช้ร่วมกันเพื่อเพิ่มคุณสมบัติเช่นการเป็นbarrier ป้องกันการซึมผ่านของอากาศ น้ำ หรือแสงแดด ทางออกที่เกิดขึ้นคือมีการศึกษา พัฒนาพลาสติกที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมมากขึ้น เช่น Bio degradable หรือพลาสติกที่เสริมแรงจากวัสดุที่ทำมาจากธรรมชาติ หรือ แม้แต่ความพยายามที่จะนำพลาสติก มาrecycle เพื่อให้ใช้ประโยชน์ให้มากที่สุด

ข้อมูลอ้างอิงจาก สมาคมอุตสาหกรรมพลาสติกไทย

One Response to “เรื่องเกี่ยวกับพลาสติก”

  1. รถใหม่ Says:

    ความรู้เล็ก ๆ น้อย ๆ ที่รู้ไว้ดีกว่าไม่รู้ อิอิ

Leave a Reply